ตั้งแต่บินออกจากจีนเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2020 ก็อยู่ไทยยาวๆ จนถึงเมื่อวานนี้ (3 พฤษภาคม 2021) รวมแล้วก็หนึ่งปีกับอีกสามเดือนนิดๆ ในที่สุดเราก็ได้กลับจีน.......
ตอนนี้ก็กำลังอยู่ในการกักตัววันแรก แล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรเพราะซ้อมจนปากเปื่อย ก็เลยจะเล่าให้ฟังเบาๆ ว่าเจอขั้นตอนอะไรไปบ้าง
ก่อนอื่นเลย ตอนนี้ที่จีนก็ยังบังคับให้ทุกคนที่บินเข้าประเทศ ไม่ว่าแกจะได้วัคซีนแล้วหรือไม่ก็ตาม ทุกคนต้องกักตัวใน state quarantine เป็นเวลา 14 วัน (15 คืน นับจากวันเช็กอินที่โรงแรม)
ซึ่งก่อนที่จะบินเนี่ย ทุกคนก็ต้องไปตรวจโควิดและได้ผล negative ไม่เกิน 48 ชั่วโมงก่อนขึ้นบิน
ในส่วนของสถานที่ตรวจก็ไม่ใช่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้ ผู้เดินทางต้องไปตรวจตามสถานที่ที่สถานทูตรับรองเท่านั้น แต่ว่าเอาจริงๆ แล้วก็มีหลายที่ที่ไม่สามารถออกผลได้ทัน (ก็ไม่เข้าใจว่าไปอยู่ในลิสต์ได้ไง) พอได้ผลมาแล้วก็ต้องไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ของทางการจีน เพื่อที่จะได้รับ health code สำหรับขึ้นบิน ซึ่งจุดนี้ก็แอบใช้เวลา เพราะหลังจากอัปโหลดข้อมูลแล้วก็ต้องรอสถานทูตรับรองอีก
โรงพยาบาลที่เราไปตรวจก็คือโรงพยาบาลรามคำแหง ตอนแรกจะไปอีกที่ แต่ดั๊นนนนโชคดีว่าเป็นหนึ่งในที่ๆแล้วจะอยู่ในลิสต์ทำไม ก็ยังดีที่เค้าแนะนำให้ไปที่ราม เพราะว่าที่รามสามารถออกผลให้ได้ภายใน 6–8 ชั่วโมง แต่ก็แลกมาด้วย 5,000 บาทที่หายไป ซึ่งที่ต้องตรวจก็จะมี nucleic acid และ IgM antibody
การตรวจที่รามก็ง่ายดาย เป็นแบบ drive-through ท่านสามารถขับรถไปได้เลย ไม่ต้องมีการจอง เพียงแค่บอกเค้าว่าจะไปต่างประเทศ พอไปถึงเจ้าหน้าที่ก็จะคอยกำกับว่าต้องไปตรงไหนยังไง คืออยู่บนรถตั้งแต่ลงทะเบียน จ่ายเงิน swab จมูกสองข้างและคอ จะมีก็แค่ตอนที่ต้องลงมาเจาะเลือดเพื่อตรวจ antibody จากนั้นก็กลับได้
พอผลออกเค้าก็จะ SMS มาบอก แล้วก็กลับมาเจอหมอรับผลเพื่อเอาใบ Fit to Fly ไปด้วย สะดวกมากๆ
จากนั้นพอได้ผลมาก็รีบอัปโหลดลงเว็บไซต์ของจีน แล้วก็รอ approved แต่อันนี้ก็จะมีความชวนลุ้นๆ นิดนึง เพราะตอนลงทะเบียนใส่อีเมลไปด้วย ก็นึกว่าเค้าจะอีเมล QR code มาให้ แต่เปล่า... ต้อง log in กลับไปเช็กเอาเอง ซึ่งเจ้า code นี้เนี่ยมีอายุแค่ 38 ชั่วโมงเท่านั้น
ในวันถัดมาที่สนามบินอันเงียบเหงา แต่คนล้น counter check-in ของ China Southern Airlines เพราะเป็นไฟลต์เดียวที่บินตรงถึงกวางโจว แถมมีแค่ไฟลต์เดียวต่ออาทิตย์ ดังนั้นคนก็รอเช็กอินยาวมาก เพราะว่าต้องเช็กมากมายหลายสิ่ง
เอาจริงๆ ก็ตกใจว่าประชาชนจีนผู้ร่วมไฟลต์นี่เค้าตกค้าง มาเที่ยว หรือว่าเค้าอยู่ไทยอยู่แล้ว มาจากไหนกันมืดฟ้ามัวดิน
ตอนรอในแถวก็จะมีเจ้าหน้าที่ในชุด PPE ของสายการบิน มาถ่ายรูปพาสปอร์ต ผลตรวจโควิด พอเช็กอินก็ต้องแสดงหลักฐานพวกนี้พร้อมทั้ง QR code อีก ทีนี้พอเช็กอินเสร็จ ก็ต้องสแกน QR code อันใหม่ เพื่อไปลงทะเบียนสำหรับ health declaration ของที่จีนอีกที พอเสร็จก็จะได้ QR code อันใหม่มาอีก ทั้งๆ ที่ข้อมูลที่กรอกก็เหมือนกับอันก่อนหน้านี้เป๊ะๆ แบบอื้มซ้ำซ้อน แต่พอมาคิดจริงๆ แล้ว อันแรกสำหรับบิน อันหลังสำหรับเข้าประเทศ
สรุปใช้เวลาเช็กอินไปประมาณชั่วโมงครึ่ง เอาเป็นว่าคุณพี่ชายมาส่ง นางสามารถแว๊บไปประชุมออนไลน์จนเสร็จได้ในขณะที่เรารอเช็กอิน
ทีนี้พอมาถึงเกต (ข้างในช่างเงียบ แต่ก็ยังมีร้านให้ทุกคนซื้อของได้บ้าง) เจ้าหน้าที่ชุดหมี PPE ชุดเดิมก็จะมาเช็กว่าเราได้ลงทะเบียนสำหรับ QR code อันหลังแล้วนะอีกที จากนั้นก็ไปขึ้นเครื่อง
ส่วนมากก็ได้นั่งคนละแถวยกเว้นมาด้วยกัน ก็อาจจะได้นั่งแถวเดียวกันแต่เว้นที่ ปกติเวลาบินกรุงเทพฯ–กวางโจวจะเป็นเครื่องบินเล็กสองแถว แถวละสามที่ ซึ่งก็คลายความกังวลว่าจะต้องนั่งเบียดๆ หลังจากเห็นจำนวนมวลมหาประชาชนที่รอเช็กอิน แต่รอบนี้โบอิ้งไปเลยยย ก่อนบินแอร์ก็จะมาแจกถุงยังชีพ ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่กล้าเปิดกินบนเครื่อง
พอมาถึงสนามบินที่กวางโจว หลังจากที่ลงจากเครื่องทุกคนก็จะไปต่อคิวเพื่อลงทะเบียนและเช็ก health code ในเกตของ Terminal 2 ที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นจุดคัดกรอง ก็เหมือนเดิม โชว์เอกสารผลตรวจ วัดไข้ และถูกสแกน QR code หลังจากนั้นก็จะได้สติกเกอร์ที่มี code ติดที่ด้านหลังพาสปอร์ต พอเสร็จจากตรงนี้ก็จะเดินไปผ่านจุดเช็กพาสปอร์ต หลังจากลงทะเบียนจุดแรกอีกที
ทีนี้ก็มาถึงจุดที่ทุกคนรอคอย จุดตรวจโควิด
เราก็ยื่นพาสปอร์ตให้เค้าสแกนเพื่อรับหลอดใส่ขี้มูก ฮ่าๆ แล้วก็เดินเข้าห้องไปตรวจ ซึ่งความพีคของการถูก swab จมูกที่จีนอยู่ที่ หลังจากที่เค้าแยงอีไม้เข้าไปในจมูกเราแล้วนั้น แม่งเสียบคาไว้เลยจ้า 15 วินาที แบบเจ้าหน้าที่ยืนนับ เงิบไปสิ ทำไรไม่ถูกไปเลยย
พอเสร็จมีคว้านอีกนิดแล้วเอาออก อันนี้เจ็บแบบเบาๆ หลังจากนั้นก็ swab คอแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้น สามารถเดินใส่แมสก์แบบมีน้ำตาคลอสองหยดไปจุดต่อไปได้
หลังจากที่ตรวจโควิดเสร็จแล้วก็ไม่มีอะไรมาก ชีวิตกลับสู่ภาวะปกติก็คือไปผ่าน immigration check ที่ปกติของต่างชาติจะแถวยาวมาก แต่คราวนี้ไม่มีคนก็ผ่านไปได้ด้วยดี เดินผ่านดงร้านขายของที่ปิด ไปเอากระเป๋า ผ่าน declaration ไปแบบไม่มีสแกนกระเป๋าเหมือนทุกที จนออกมาด้านนอกเพื่อไปจุดขึ้นรถบัสไปโรงแรมสำหรับกักตัว
ที่จุดรอรถเค้าก็จะรอจนคนมาครบตามจำนวนในแต่ละรอบ แล้วก็จะพาไปขึ้นรถ ซึ่งระหว่างทางเดินไปก็แน่นอน สแกน code บนสติกเกอร์อีกที จุดที่ขึ้นรถก็เป็นจุดที่ปกติจะไปขึ้นรถบัสเพื่อกลับ Zhaoqing แต่รอบนี้จะถูกพาไปไหนก็ไม่รู้ ลุ้นเบาๆ
ตอนอยู่บนรถเจ้าหน้าที่ก็ให้สแกน code เพื่อลงรายละเอียดและลงทะเบียนเกี่ยวกับข้อมูลการเดินทาง สุขภาพอะไรพวกนั้นอีกที หลังจากนั้นพอมาถึงโรงแรมก็รอเช็กอิน ระหว่างรอก็จะมีตำรวจคอยยืนเช็กให้ทุกคนยืนห่างกัน 1 เมตร
อ่ออออ ลืม ตั้งแต่จุดขึ้นรถมาจนถึงนี่ ภาษาจีนล้วน ฮือออ ดีที่มีคนไทยที่พอพูดจีนได้ และคนจีนที่พอพูดไทยหรืออังกฤษได้ช่วยสื่อสาร
ในส่วนของโรงแรมที่อยู่ ก็อยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ซึ่งก็แถวๆ Baiyun District แน่นอนว่าไม่ฟรี ราคาก็จะมีสี่แบบ ห้องเดี่ยวและห้องคู่ (สำหรับคนมาเป็นคู่เนอะ) แต่ราคานั้นจะมีสองแบบต่างกันระหว่างมีหน้าต่างกับไม่มีหน้าต่าง มีหน้าต่างจะแพงกว่า
แน่นอนว่าเลือกมีหน้าต่าง ถ้าเลือกแบบไม่มีอาจจะประสาทกินเพราะ claustrophobic ก่อนหมดสิบสี่วัน
ก่อนขึ้นห้องเค้าก็จะแจกถุงหน้ากากมาให้ใช้ สแกน QR code สำหรับ group chat ในโรงแรม เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้อำนวยความสะดวกหรือนัดแนะในเรื่องต่างๆ นอกจากนี้ยังมีให้เซ็นชื่อยินยอมกับการปฏิบัติตามกฎ ซึ่งใน 14 วันนี้ห้ามออกจากห้อง ทำได้แค่เปิดประตูมาหยิบอาหารที่จะถูกวางไว้บนเก้าอี้หน้าห้อง ทิ้งขยะ และวัดไข้เท่านั้น
ในส่วนของข้อปฏิบัติก็ไม่มีอะไรมาก นอกเหนือไปจากที่บอกไปแล้ว ก็จะมีสั่งอาหารมาได้ สั่งของมาได้ แต่จะถูกเช็กก่อนเค้าเอามาวางให้ ห้ามสั่งของอันตรายอย่างเช่นของมีคมหรือของที่ระเบิดได้ ในห้องมีน้ำ มีถุงขยะให้ ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ใช้ไปยาวๆ 14 วัน มีอาหารให้สามมื้อ วัดไข้ทุกวัน ตรวจโควิดอีกทีวันที่สี่ เจ็ด และสิบสามของการกักตัว ถ้าไม่มีอะไรก็เป็นไท ผลจะได้หลังจากการกักตัวเสร็จ
จริงๆ จะเรียกว่าทุกอย่างค่อนข้าง smooth as silk มาก จะมีเรื่องเดียวที่กลับมาจนถึงตอนนี้ยังปวดหัวอยู่คือเบอร์โทรศัพท์ ที่ปัจจุบันเป็นของคนอื่นไปแล้ว เนื่องจากไม่ได้ใช้มานาน แม้ว่าจะเติมเงินประปรายเพื่อรักษาเบอร์ กลับกลายเป็นว่าเติมให้เธอคนอื่นไปแล้ว ตอนนี้ก็รอลุ้นว่านักเรียนจะช่วยซื้อและส่งเบอร์ใหม่มาให้สำเร็จ